ความเคลื่อนไหวการพัฒนามาตรฐานใหม่ของประเทศไทย

แชร์

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มีแผนงานในการพัฒนามาตรฐานในปี 2561 โดยจำแนกเป็น มาตรฐานบังคับ มาตรฐานสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล (S-Curve / New S-Curve) และมาตรฐานสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) หรือ มาตรฐานเอส. (มอก.เอส.) ดังนี้

มาตรฐานบังคับ จะมีการออกมาตรฐาน 7 รายการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานให้กับประชาชน และป้องกันสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาในประเทศไทย ได้แก่

  • มาตรฐานยางล้อรถยนต์และส่วนพ่วง
  • มาตรฐานยางล้อรถยนต์เชิงพาณิชย์ และส่วนพ่วง
  • มาตรฐานยางล้อสำหรับรถจักรยานยนต์
  • มาตรฐานเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนเปียก และความต้านทานการหมุน
  • มาตรฐานเต้าเสียบ เต้ารับ ในที่อยู่อาศัยและงานทั่วไปที่มีจุดประสงค์คล้ายกับชุดสายพ่วง
  • มาตรฐานหลอดฟลูออเรสเซนซ์ขั้วเดี่ยว
  • มาตรฐานหลอดบัลลาสต์ในตัวสำหรับการให้แสงสว่างทั่วไป

     มาตรฐานสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล โดยจะออกมาตรฐานอีก 157 มาตรฐาน โดยแบ่งเป็นมาตรฐานตามกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) แล้ว 40 มาตรฐาน ดังนี้

  • กลุ่มการแพทย์ครบวงจร 11 มาตรฐาน เช่น อุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกภายนอกบริเวณข้อศอก อุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกสันหลัง เป็นต้น
  • กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 10 มาตรฐาน เช่น วิศวกรรมซอฟแวร์และระบบ การใช้สิ่งเคลือบหรือสิ่งหล่อสำหรับป้องกันมลพิษ เป็นต้น
  • กลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร 7 มาตรฐาน เช่น เคมีวิเคราะห์วัตถุเจือปนอาหาร แป้งสาลีชนิดทำเค้ก แป้งสาลีชนิดทำขนมปัง
  • กลุ่มอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 5 มาตรฐาน เช่น บริภัณฑ์ไฟฟ้าสำหรับรถราง
  • กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 5 มาตรฐาน เช่น ระบบประจุไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้า
  • กลุ่มอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 2 มาตรฐาน เช่น พลาสติกชีวภาพ

ส่วนมาตรฐานอุตสาหกรรมเป้าหมายที่อยู่ระหว่างการดำเนินการมี 117 มาตรฐาน แบ่งเป็น หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม 31 มาตรฐาน อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร 29 มาตรฐาน อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร 28 มาตรฐาน อุตสาหกรรมรถยนต์สมัยใหม่ 18 มาตรฐาน และอุตสาหกรรมการบินและ
โลจิสติกส์ 11 มาตรฐาน ซึ่งจะเร่งดำเนินงานและมีผลบังคับใช้ในปี 2561

     มาตรฐานสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) หรือ มาตรฐานเอส. มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการผลิตและบริการของผู้ประกอบการ โดยในปี 2561 จะพัฒนามาตรฐาน มอก.เอส จำนวน 20 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวและสปา เพราะมีเอสเอ็มอีในกลุ่มนี้เป็นจำนวนมาก และสอดรับกับนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวของรัฐบาล ซึ่งการพัฒนามาตรฐานในครั้งนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศมีความไว้วางใจ ทั้งมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ และบริการ โดยจะอิงกับมาตรฐานของฝ่ายจัดซื้อของโรงแรมชั้นนำ ซึ่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่จะจัดทำมาตรฐาน เช่น แชมพู สบู่ก้อน สบู่เหลว ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แป้วฝุ่น แป้งน้ำ สบู่ซักผ้า เสื่อผ้าสำเร็จรูป ผ้านวม ผ้าปูที่นอนปลอกหมอน ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน และดอกไม้ประดิษฐ์ เป็นต้น ซึ่งเมื่อมีมาตรฐานแล้ว ก็จะผลักดันให้เอสเอ็มอีพัฒนาไปถึงมาตรฐานที่กำหนดต่อไป

มอก.เอส จะเป็นมาตรฐานเฉพาะ และเป็นมาตรฐานใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งแม้ว่าสินค้าบางประเภทจะมีมาตรฐานเดิมอยู่แล้ว เช่น แชมพู สบู่ แต่ มอก.เอส จะเป็นมาตรฐานสินค้าสำหรับสปาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีความเหมาะสมกับธุรกิจนี้มากที่สุด ซึ่งจะต้องผ่านการตรวจสอบ และมีหลักเกณฑ์การควบคุมมาตรฐานที่เข้มงวด โดยในอนาคตจะมี มอก.เอส ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการของผู้ประกอบการ

จากการดำเนินงานของ สมอ. ในครั้งนี้ จะให้ผู้ประกอบการผลิตในอุตสาหกรรมยางล้อและอุตสาหกรรมอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศควรต้องมีการศึกษามาตรฐานบังคับฉบับใหม่และเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงการผลิตผลิตภัณฑ์ให้มีความสอดคล้องตามมาตรฐานดังกล่าว ในส่วนของมาตรฐานที่รองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัยในการใช้งาน และยังเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมได้อีกด้วย และในส่วนของมาตรฐาน เอส. ที่พัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจและคุณลักษณะของเอสเอ็มอี ก็จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรม/บริการ ที่เกี่ยวข้องมีการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือ อันจะนำไปสู่เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้ต่อไป

 2,507 ผู้เข้าชมทั้งหมด


แชร์