สำหรับหัวข้อการรณรงค์ในปีนี้ คือ “วัยแห่งสุขภาพและความปลอดภัย” (Generation Safe & Healthy”) ซึ่งเน้นถึงความจำเป็นที่จะต้องยุติการใช้แรงงานเด็กเพื่อปรับปรุงด้านสุขภาพและความปลอดภัย
จากข้อมูลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ผู้ปฏิบัติงานที่เป็นเด็กมีจำนวน 541 ล้าน (อายุระหว่าง 15 – 24 ปี) ซึ่งนับเป็น 15% ของแรงงานทั้งหมดในโลก เด็กเหล่านี้มีถึง 40% ที่เกิดการบาดเจ็บแต่ไม่ถึงกับเสียชีวิตซึ่งเป็นสถิติที่มากกว่าคนงานที่เป็นผู้ใหญ่ ทั้งนี้ เนื่องมาจากปัจจัยหลายด้านรวมทั้งการมีความสามารถและประสบการณ์ที่น้อยกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในเรื่องการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นขณะปฏิบัติงาน
การมุ่งไปสู่การมีสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นจะเป็นการช่วยให้เกิดความก้าวหน้าตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในเป้าหมายที่ 9 ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งก็คือ การส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน มีการดูแลรักษาและการเติบโตอย่างทั่วถึงหรือลดความเหลื่อมล้ำ การจ้างงานที่สร้างผลผลิตและเป็นงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน
เมื่อต้นปีนี้ ISO ได้ประกาศใช้มาตรฐาน ISO 45001- Occupational health and safety management systems – Requirements with guidance for use ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรนำระบบการจัดการไปใช้ปรับปรุงสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน โดยไม่คำนึงถึงอายุและเพศแต่อย่างใด
มาตรฐานดังกล่าวเป็นการเตรียมกรอบงานให้กับองค์กรในการวางแผนในสิ่งที่จำเป็นต้องมีเพื่อลดความเสี่ยงของอันตรายทั้งในแง่ของประเด็นสุขภาพในระยะยาวและการขาดงาน รวมถึงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุในสถานที่ทำงานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องการให้องค์กรมีกระบวนการด้านการปรึกษาและการมีส่วนรวมสำหรับผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับและทุกหน้าที่งาน ซึ่งหมายความว่าแม้แต่ผู้ปฏิบัติงานที่มีความเปราะบางมากที่สุดก็จะต้องมีสิทธิมีเสียงด้วย
มาตรฐานดังกล่าวยังต้องการให้ผู้ใช้งานมองในบริบทองค์กรที่กว้างขึ้น และไม่เพียงแต่เน้นสำหรับลูกจ้างภายในเท่านั้น เดวิด สมิธ ประธานคณะกรรมการวิชาการไอเอสโอ ISO/TC 283 ที่พัฒนามาตรฐานดังกล่าวระบุว่า “องค์กรจะต้องคำนึงถึงผู้รับเหมาและซัพพลายเออร์ด้วย ซึ่งเป็นการโฟกัสไปยังเงื่อนไขที่กว้างกว่า ไม่ใช่แค่เรื่องของลูกจ้างภายในองค์กรเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าองค์กรไม่สามารถผลักภาระเรื่องความเสี่ยงไปยังหน่วยงานภายนอกได้”
เซอร์จิโอ มูจิก้า เลขาธิการของไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานได้กระตุ้นให้องค์กรทั่วโลกไตร่ตรองอย่างรอบคอบเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน เขากล่าวว่า “ทุกๆ วัน มีคนเกือบ 8,000 คนต้องประสบกับการบาดเจ็บและเกิดโรคภัยอันเนื่องมากการทำงานโดยไม่จำเป็น ซึ่งมาตรฐานใหม่ ISO 45001 ของไอเอสโอ มีการจัดเตรียมวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดที่ช่วยให้องค์กรสามารถลดจำนวนผู้ปฏิบัติงานที่ประสบกับการบาดเจ็บและเกิดโรคภัยจากการทำงานได้ แต่ในการที่จะสร้างความแตกต่างนี้ องค์กรจะต้องมีความเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงด้วย ด้วยเหตุนี้ เนื่องในโอกาสวันความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสากล จึงขอสนับสนุนให้องค์กรทุกองค์กรนำมาตรฐาน ISO 45001 ไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ เป็นองค์กรประเภทใด หรืออยู่ในประเทศใด”
มาตรฐาน ISO 45001 นับว่าเป็นอีกหนึ่งกลไกหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้องค์กรและผู้ปฏิบัติงานมีความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ดีในการปฏิบัติงาน ซึ่งองค์กรทุกองค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญ ไม่เพียงแต่เฉพาะวันความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสากลเท่านั้น แต่จะต้องให้ความสำคัญตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานด้วย หากทุกองค์กรทำได้ ก็จะมีส่วนทำให้ลดปัญหาอุบัติเหตุและปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการทำงานลงได้อย่างแน่นอน
ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2282.html
1,459 ผู้เข้าชมทั้งหมด





