สิงคโปร์จะเก็บภาษีคาร์บอน

แชร์

หลังจากรัฐบาลสิงคโปร์ แถลงงบประมาณประจำปีของสิงคโปร์เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ว่าจะเริ่มเก็บภาษีภาคธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป ในอัตราตันละ 10-20 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 242-484 บาท) ซึ่งเป็นอัตราที่อยู่ในเกณฑ์ที่หลายประเทศดำเนินการไปแล้ว
สิงคโปร์ประกาศจะเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่เก็บภาษีคาร์บอน (carbon tax) จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) โดยตรง อัตรา 10-20 ดอลล่าร์สิงคโปร์ต่อตันคาร์บอนตั้งแต่ปี 2019 และจะนำเงินภาษีที่เก็บได้ตั้งเป็นกองทุนเพื่อสนับสนุนการลด GHG ของอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้สิงคโปร์บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งสิงคโปร์ตั้งเป้าที่จะลด GHG ลง 36% จากปี 2005 ภายในปี 2030
แหล่งกำเนิด GHG โดยตรงที่จะถูกเก็บภาษีคาร์บอน ได้แก่ โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี และการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยต้องปล่อย GHG เกิน 25,000 ตัน/ปี ซึ่งปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันในสิงคโปร์ไม่ต้องเสียภาษีคาร์บอน แต่เมื่อต้องถูกเรียกเก็บย่อมส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อกำไรของอุตสาหกรรมน้ำมันสิงคโปร์ ที่ขณะนี้ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นในจีน อินเดีย และตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ สิงคโปร์คาดว่าภาษีคาร์บอนดังกล่าวจะมีผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 0.43-0.86 เซ็นต์/หน่วย หรือราว 2-4% ของค่าไฟฟ้าในปัจจุบัน และจะมีผลให้ค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น 3.5-7 ดอลล่าร์/บาร์เรล (หรือราว 0.8-1.6 บาท/ลิตร)
อนึ่ง มีข้อสังเกตว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีหลายประเทศได้ประกาศใช้ภาษีคาร์บอนเป็นเครื่องมือในการจัดการ GHG เช่น แคนาดา และล่าสุด คือ สหรัฐอเมริกา (เป็นข้อเสนอจากสมาชิกอาวุโสของพรรค Republican)
ที่มา:

 1,342 ผู้เข้าชมทั้งหมด


แชร์