อนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท เพื่อควบคุมการบริหารจัดการปรอทไม่ให้ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม

แชร์

สำนักเลขาธิการอนุสัญญามินามาตะฯ คาดว่าอนุสัญญาฯ จะมีผลใช้ บังคับในปี พ.ศ. 2560 และอาจกำหนดให้การประชุมรัฐภาคีสมัยแรก ภายในหนึ่งปี เมื่ออนุสัญญาฯ มีผลใช้บังคับ หรืออาจจะมีการประชุมรัฐภาคีสมัยแรก ในเดือนกันยายน 2560 ณ สมาพันธรัฐสวิส
มินามาตะเป็นชื่ออ่าวแห่งหนึ่งของเกาะคิวชูในญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อกว่า 60 ปีก่อนชาวเมืองมินามาตะมีอาการเหมือนคนป่วยสมองอักเสบ และพบว่าเกิดจากสารปรอทที่ปนเปื้อนในน้ำเสียจากโรงงานผลิตสารเคมีแห่งหนึ่ง จากนั้นจึงมีการเรียกโรคที่เกิดจากการได้รับสารปรอทว่าโรคมินามาตะ
สาระสำคัญของอนุสัญญาฯนี้ คือ การจัดทำแผนจัดการระดับชาติเพื่อควบคุมการปล่อยปรอทสู่แห่งน้ำและดิน การเก็บกักปรอทอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการจัดการพื้นที่ที่ปนเปื้อนปรอท เพื่อใหเกิดความปลอดภัยต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม
ในส่วนของประเทศไทย (ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาฯ) ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท โดยมีโครงสร้าง ดังนี้
  • ประธาน : ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
  • องค์ประกอบ: ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 21 หน่วยงาน และผู้ทรงคุณวุฒิ 1 ท่าน
  • หน่วยประสานงานกลางและเลขานุการ: กรมควบคุมมลพิษ
หน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯ เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นในการกำหนดนโยบาย มาตรการ และแนวทางในการจัดการปรอท (เช่น ห้ามทำเหมืองปรอท การจัดการคลังปรอท การลดและจำกัดปริมาณปรอท) และเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีสมาชิกของอนุสัญญาฯ
ทั้งนี้ หากประเทศไทยร่วมให้สัตยาบันในอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท และอนุสัญญามีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของอนุสัญญา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะต้องมีการดำเนินการและกำหนดมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายของอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท ซึ่งน่าจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องให้ต้องดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรติดตามความเคลื่อนไหวและสถานะของอนุสัญญามินามาตะฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับมาตรการที่จะออกมาในอนาคต
ที่มา:

 2,152 ผู้เข้าชมทั้งหมด


แชร์