เมืองมีประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไปพร้อมๆ ความเจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้น เมืองที่ต้องการอยู่รอดจึงต้องการปรับตัวและเตรียมพร้อมเพื่อให้มั่นใจว่าเมืองจะมีความยั่งยืนต่อไป
ความยืดหยุ่นเป็นองค์ประกอบสำคัญ เนื่องจากหมายถึงว่าเมืองจะสามารถตอบสนองการทำงานต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แต่ในการสร้างความยืดหยุ่นนั้น เมืองจำเป็นต้องเข้าใจความเสี่ยง ความเปราะบางรวมทั้งจุดแข็งของตนเองเพื่อที่จะตัดสินใจและวัดผลกระทบที่เกิดจากการกระทำนั้น
มาตรฐาน ISO 37123: 2019, Sustainable cities and communities – Indicators for resilient cities เป็นมาตรฐานสากลฉบับแรกที่ระบุกลุ่มของตัวชี้วัดความยืดหยุ่นซึ่งทำให้เมืองสามารถวัดได้ว่าตนเองยืนอยู่ที่จุดไหน
มาตรฐานนี้ช่วยเสริมมาตรฐานอื่นๆ ในมาตรฐานชุดตัวชี้วัดเมืองอัจฉริยะที่รวมถึงมาตรฐาน ISO 37120, Sustainable cities and communities – Indicators for city services and quality of life และ ISO 37122, Sustainable cities and communities – Indicators for smart cities
แบร์นาร์ แชงโดรส ประธานคณะกรรมการวิชาการไอเอสโอที่รับผิดชอบชุดมาตรฐานดังกล่าวระบุว่าผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงและความปลอดพัย และผลกระทบของประชากรที่เพิ่มขึ้นหมายความว่าเมืองจำเป็นต้องมีความเข้มแข็งให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เนื่องจากเมืองกำลังเผชิญหน้ากับความตระหนกตกใจและความตึงเครียดนับตั้งแต่เหตุการณ์สภาพภูมิอากาศที่ผันผวนไปจนถึงการจู่โจมทางไซเบอร์และความขัดแย้งทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม เมืองสามารถเตรียมการไว้ก่อนด้วยการสร้างความเข้าใจในความเสี่ยงทั้งหมดที่เมืองกำลังเผชิญอยู่แล้วปฏิบัติการลดความเปราะบางที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงนั้น โดยมาตรฐาน ISO 37123 จะช่วยให้เมืองสามารถทำเช่นนั้นได้ด้วยชุดของเกณฑ์ที่สามารถเปรียบเทียบได้ซึ่งสามารถนำไปใช้ระบุพื้นที่ที่มีความอ่อนแอของเมืองทั่วโลก
แพทริเซีย แม็คคาร์นีย์ ผู้ประสานงานกลุ่มคณะทำงานที่พัฒนามาตรฐานดังกล่าวระบุว่า ความยืดหยุ่นของเมืองบ่อยครั้งมักได้รับการพูดคุยและอภิปรายในเชิงคุณภาพทั่วไปมากกว่าข้อมูลเชิงเปรียบเทียบซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อความเข้าใจในทุกแง่มุมของเมืองที่มีความยืดหยุ่น และระดับของการเตรียมพร้อมรับมือต่อเหตุการณ์สุดขั้วที่อาจเกิดขึ้นรวมทั้งความสามารถในการตอบสนองและสร้างเมืองขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง
มาตรฐาน ISO 37123 พร้อมด้วยตัวชี้วัดในมาตรฐาน ISO 37120 และ ISO 37122 จะทำให้เมืองมีการวัดที่จำเป็นต่อการสร้างการตอบสนองเชิงนวัตกรรมต่อความท้าทายดังกล่าว
มาตรฐาน ISO 37123 ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการมีส่วนร่วมของสำนักงานองค์การสหประชาติเพื่อการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ หรือ UNDRR (United Nations Office for Disaster Risk Reduction) เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานจะสอดคล้องกับกรอบการทำงานที่เรียกว่า “กรอบการทำงานเซนไดเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Sendai Framework for Disaster Risk) ซึ่งเป็นข้อกำหนดแบบสมัครใจโดยสมาชิกขององค์การสหประชาชาติเพื่อทำงานในด้านการลดความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ ซึ่งยังมีส่วนสำคัญต่อการรณรงค์ระดับโลกของ UNDRR ในเรื่องการทำให้เมืองมีความยืดหยุ่นอีกด้วย
ISO 37123 เป็นมาตรฐานที่สามารถใช้เสริมกับมาตรฐานระบบการจัดการ ISO 37101, Sustainable development in communities – Management system for sustainable development – Requirements with guidance for use โดยจะทำให้มีการจัดเตรียมตัวชี้วัดที่ช่วยให้เมืองสามารถวัดความก้าวหน้าในการนำเอาข้อกำหนดตามมาตรฐานไปใช้งาน
ที่มา:https://www.iso.org/news/ref2464.html
2,010 ผู้เข้าชมทั้งหมด





