รังสีไอออไนซ์ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงานสูงมากพอที่จะทำให้อิเล็กตรอนวงนอกสุด ของวงโคจรหลุดออกจากอะตอม หรือโมเลกุล เมื่อรังสีนั้นชนกับอะตอมหรือเคลื่อนที่ผ่านเข้าไปในวัตถุ เกิดการสูญเสียอิเล็กตรอนหรือได้รับเพิ่มขึ้น เรียกว่า การไอออไนซ์ (ionization) ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น การเกษตร การวิเคราะห์ทางการแพทย์ รังสีบำบัด ระบบเอ๊กซเรย์ในสนามบิน เป็นต้น ในขณะเดียวกันรังสีก็เป็นอันตรายต่อมนุษย์เราด้วย
ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็หมายความว่าเราทุกคนมีโอกาสเปิดรับรังสีไม่มากก็น้อยระหว่างการดำเนิน ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม การจำกัดการเปิดรับที่ปลอดภัยเป็นสิ่งที่ซับซ้อนเพราะอวัยวะในร่างกายแต่ละ ส่วนจะตอบสนองต่อรังสีแตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น ผิวหนังจำเป็นต้องได้รับการปกป้องจากการมีปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อ เช่น บาดแผลเปื่อย หรืออวัยวะบางอย่างเช่น เลนส์แก้วตา หากเปิดรับต่อรังสีมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดโรคต้อได้ เป็นต้น
ดัง นั้น ในการปกป้องผู้ปฏิบัติงานหรือผู้เกี่ยวข้องที่ต้องเผชิญหน้ากับรังสี จะมีการจำกัดปริมาณรังสีซึ่งได้รับการแนะนำจากคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศ ว่าด้วยการปกป้องรังสี (International Commission on Radiological Protection: ICRP) เช่น ปริมาณรังสี 2.2 มิลลิซีเวิร์ตเป็นระดับรังสีปกติในธรรมชาติที่มนุษย์แต่ละคนได้รับในหนึ่งปี ปริมาณรังสี 5 มิลลิซีเวิร์ตเป็นเกณฑ์สูงสุดที่อนุญาตให้สาธารณชนได้รับในหนึ่งปี และปริมาณรังสี 50 มิลลิซีเวิร์ตเป็นเกณฑ์สูงสุดที่อนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานทางรังสีได้รับใน 1 ปี เป็นต้น
ไอเอสโอจึงกำหนดมาตรฐานการปกป้องรังสี ขั้นตอนการติดตามผลปริมาณที่รับได้สำหรับเลนส์แก้วตา ผิวหน้าและแขนขา (มือ นิ้ว ข้อมือ แขน เท้า และข้อเท้า) – ISO 15382:2015, Radiological protection – Procedures for monitoring the dose to the lens of the eye, the skin and the extremities ทั้งนี้ เพื่อวัดการเปิดรับระดับของรังสีของอวัยวะต่างๆ เหล่านั้น ซึ่งปัจจุบัน มาตรฐานนี้ได้รับการทบทวนและนำมาพิจารณาถึงข้อจำกัดใหม่ในปริมาณที่เที่ยบ เท่าสำหรับเลนส์แก้วตาที่ได้รับการแนะนำโดย ICRP
มาตรฐานนี้ใช้เป็น แนวทางสำหรับการออกแบบการติดตามตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจ ในความสอดคล้องกับการจำกัดปริมาณรังสีตามกฎหมาย ซึ่งมีการอ้างอิงไปยังปริมาณในการปฏิบัติงานที่เหมาะสมและให้แนวทางชนิดของ ความถี่ของการตรวจติดตามแต่ละคนรวมทั้งชนิดและตำแหน่งของอุปกรณ์วัดปริมาณ รังสี
อแลง รองนู ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีและประธานคณะอนุกรรมการวิชาการ ISO/TC 85/SC 2 ซึ่งเป็นคณะกรรมการวิชาการที่พัฒนามาตรฐาน ISO 15382:2015 กล่าวว่ามาตรฐานฉบับใหม่นี้ได้นำเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้ล่าสุดจากการศึกษามา พัฒนาและช่วยปรับปรุงการวัดปริมาณรังสีที่ใช้เป็นประจำตามปกติ
ISO 15382: 2015 ยังได้ขยายไปในสาขาการแพทย์และจะช่วยให้มีการปรับปรุงการติดตามการวัดที่ทำ กันเป็นประจำตามปกติของคนทำงานซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะได้รับรังสีผ่านอวัยวะ ต่างๆ ของร่างกายรวมทั้งเลนส์แก้วตา
ที่มา:
1. http://www.iso.org/iso/home/news_index/news_archive/news.htm?refid=Ref2036
3. http://www.rmutphysics.com/physics/oldfront/65/nuclear1/icrp.html
1,498 ผู้เข้าชมทั้งหมด





