ISO 17757 เพื่อการทำเหมืองสมัยใหม่

แชร์

ประโยชน์ของเทคโนโลยียานพาหนะอัตโนมัติคือสามารถเข้าถึงถนนสาธารณะโดยค้นหาสถานที่ต่างๆ ได้แม้ว่าจะเป็นสถานที่ที่เราอาจไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง 

แดน โรลีย์ อดีตประธานคณะกรรมการวิชาการเรื่องเครื่องจักรที่มีการเคลื่อนไหวภาคพื้นดิน (ISO/TC 127) กล่าวถึงประสบการณ์ที่ได้จากเครื่องจักรในการทำเหมืองและงานด้านการมาตรฐานว่า การทำเหมืองมีแนวโน้มที่จะทำในพื้นที่ที่ห่างไกลด้วยสภาพแวดล้อมที่มีความยากลำบาก ดังนั้น การทำงานด้วยเครื่องจักรจึงมีความท้าทาย และด้วยเป้าหมายทั่วไปที่ต้องการทำให้การบาดเจ็บเป็นศูนย์ ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งแรกที่จำเป็นต้องใส่ใจในการทำเหมืองเนื่องจากการทำเหมืองจะต้องอยู่ในพื้นที่ใต้ดินที่ลึกลงไปซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงได้  ซึ่งแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับความปลอดภัยก็คือการหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้ ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐาน ISO 17757 – Earth-moving machinery and mining — Autonomous and semi-autonomous machine system safety เพื่อช่วยในเรื่องดังกล่าว

วัตถุประสงค์ของมาตรฐาน  ISO 17757  คือ การจัดเตรียมข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับเครื่องจักรอัตโนมัติและเครื่องจักรกึ่งอัตโนมัติที่ใช้ในการปฏิบัติงานเหมืองและเคลื่อนไหวอยู่บนภาคพื้นดิน รวมทั้งระบบเครื่องจักรกึ่งอัตโนมัติและเครื่องจักรอัตโนมัติ (ASAMS) ซึ่งระบุเกณฑ์ความปลอดภัยสำหรับระบบเครื่องจักรและระบบที่เกี่ยวข้องรวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และมีการจัดเตรียมแนวทางการใช้ความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ระบุไว้

สำหรับเครื่องจักรที่มีการเคลื่อนไหวบนภาคพื้นดินทั้งแบบอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติที่ระบุไว้ในมาตรฐาน ISO 6165 – Earth-moving machinery – Basic types – Identification and terms and definitions สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้รวมทั้งเครื่องจักรที่ใช้ในการทำเหมืองแบบเคลื่อนไหวได้ที่ใช้บนภาคพื้นดินและในพื้นดินก็ใช้ได้เช่นกัน หลักการของมาตรฐานและการจัดเตรียมหลายอย่างตามมาตรฐานนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องจักรอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติที่ใช้ในการทำงานในไซต์งานได้เป็นอย่างดี

สำหรับคนที่ยังไม่เคยเข้าไปในพื้นที่เหมือง  ลองนึกถึงโครงการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาเช่น สนามบิน ทางหลวงหรือตึกระฟ้า แล้วคูณเข้าไปอีกสักเท่าหนึ่ง ก็ทำให้พอจะมองออกว่าพื้นที่นั้นมีขนาดใหญ่เพียงใด โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุจึงมีสูงมากเพิ่มขึ้นตามไปด้วย  ลองนึกถึงรถบรรทุกที่มีน้ำหนักเท่ากับรถยนต์ราวสามร้อยคันและ เครื่องจักรต่างๆ ที่เดินเครื่องกันทั้งวันทั้งคืน ซึ่งหมายความว่าทีมของคนขับรถจะต้องผลัดเปลี่ยนกะการทำงาน และและแน่นอนว่า คนทำงานก็จะเกิดความอ่อนล้าอยู่ด้วย ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าอาจเกิดการทำงานที่ผิดพลาดขึ้นได้

ถึงแม้ว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้จบลงด้วยอุบัติเหตุ แต่ความสามารถของผู้ปฏิบัติงานก็มีผลต่อผลิตภาพและอายุการใช้งานของเครื่องจักรระบบอัตโนมัติ รวมทั้งฟีดแบ็ครายละเอียดจากเซนเซอร์ในไซต์งานที่ต้องใช้การตัดสินใจด้วยคน ซึ่งในหลายๆ กรณี เทคโนโลยีถูกใช้ไปเพื่อปรับให้เข้ากับยานพาหนะที่มีอยู่  และสิ่งที่เราจะเห็นในอนาคตก็คือเทคโนโลยีที่กำลังมีการใช้อย่างกว้างขวางเพื่ออุปกรณ์เหล่านั้น ซึ่งเรามีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราคิดเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น  ในขณะที่โลกหมุนไป เครื่องจักรในการทำเหมืองก็ต้องมีความปลอดภัยมากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

ไม่ว่ากำไรจากการดำเนินธุรกิจจะมีมากหรือน้อยเพียงใด แต่ความปลอดภัยนับเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด ซึ่งอุตสาหกรรมเหมืองก็ได้รับประโยชน์จากการใช้ระบบอัตโนมัติไปก่อนหน้าที่จะมีการพัฒนามาตรฐาน ISO 17757 แล้ว แต่ก็ต้องขอบคุณที่มาตรฐาน ISO 17757 จะมีส่วนทำให้การทำเหมืองมีความปลอดภัยสำหรับระบบอัตโนมัติมากขึ้น

ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2244.html

 1,181 ผู้เข้าชมทั้งหมด


แชร์