มาตรฐานและกฎระเบียบล่าสุด
ผลการค้นหาสำหรับ :
The Consumer Product Safety Improvement Act (CPSIA)
กฎหมาย CPSIA ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องประดับ
Council Directive 93/68/EEC หรือ CE Mark
ชื่อเดิมคือ “EC Mark” โดยมีการเปลี่ยนแปลงเป็นเครื่องหมาย “CE Mark” เมื่อมีการประกาศ Directive 93/68/EEC CE Mark หรือ Conformite Europeene Mark (เป็นภาษาฝรั่งเศส) มีความหมายเท่ากับคำว่า European Conformity Mark ในภาษาอังกฤษ
CLP เป็นระบบการจำแนกประเภทและการติดแสดงฉลากสารเคมี (A New System for Classifying and Labeling Chemicals) ตามหลักการของสหประชาชาติ (United Nations’ Globally Harmonized System) โดยกฎหมาย EU CLP ฉบับนี้ มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงสิ่งที่ต้องปฏิบัติกับกฎหมาย EU REACH
ระเบียบว่าด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้พลังงาน วัตถุประสงค์เพื่อวางกรอบในการกำหนดความต้องการด้านการออกแบบเชิงนิเวศน์เศรษฐกิจ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงาน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งสหภาพยุโรป ทั้งนี้ เพื่อให้ EuP ที่เป็นผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อม (Eco-Products)
New WEEE Directive Directive 2012/19/EU Waste Electrical and Electronic Equipment (WEEE) – RECAST
ระเบียบเศษเหลือทิ้งของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการกำหนดมาตรการป้องกันการเพิ่มปริมาณของซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
กฎหมาย EU RoHS2 ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดสาระสำคัญ กล่าวคือ สินค้าในกลุ่ม EEE ต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตาม Council Directive 93/68/EC2 – CE Marking Directive และ REGULATION (EC) No 1907/2006 – the Registration, Evaluation, Authorisation and Restriction of Chemicals (REACH)
เป็นกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา วัตุประสงค์ของกฎหมายฉบับดังกล่าว เพื่อส่งเสริมคุณภาพของน้ำดื่มและควบคุมการใช้สารเคมีอันตราย (Toxic substances) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและความผิดปกติแต่กำเนิดจากการใช้สินค้าอุปโภคบริโภค
กฎหมาย Hazardous Substances Regulations 2015 ฉบับนี้ ออกความตาม กฎหมายแม่บท The European Communities Act 1972(a) หรือ The 1972 Act
Regulation (EC) No 850/2004 Persistent Organic Pollutants
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2018 คณะกรรมการธิการยุโรปได้มีมติเห็นชอบร่างปรับปรุงกฎระเบียบสารก่อมลพิษที่อยู่ถาวร หรือ Persistent Organic Pollutants (POPs) โดยประเด็นสำคัญของการปรับปรุงแก้ไข ได้แก่ การรายงานและการตรวจสอบให้ง่ายขึ้น มีความกระชับ และมีกระบวนการส่งต่อข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ (scientific support) แบบอัตโนมัติระหว่างประเทศสมาชิก
เป็นการประกาศแก้ไขขอบเขตและข้อกำหนดเกี่ยวกับสารเคมีในเครื่องประดับภายใต้ Annex XVII ของกฎระเบียบ REACH

