ความคืบหน้าการเพิ่มความเข้มงวดในการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ของอียู

แชร์

ตามที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างกฎระเบียบเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการ รับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ เมือวันที่ 27 มกราคม 2559 หลังจากกรณีรถยนต์ดีเซล 4 สูบที่ผลิตโดยบริษัทในเครือของ Volkswagen (VW) Group ระหว่างช่วงปี 2552-2558 ถูกตรวจพบโดย Environmental Protection Agency (EPA) ของสหรัฐฯ ว่าใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์บิดเบือนข้อมูลการวัดปริมาณก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) นั้น

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 คณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และมาตรฐานอาหาร (ENVI) ของรัฐสภายุโรปได้จัดการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับ กระบวนการบังคับใช้มาตรการตรวจวัดปริมาณไอเสียจากรถยนต์ในการใช้งานจริง (Real Driving Emissions Tests)

โดยนาย Alois Krasenbrink, Head of Unit of Sustainable Transport และตัวแทนของ Joint Research Centre (JRC) ของ คมธ. ยุโรป ได้นำเสนอเกี่ยวกับภารกิจปัจจุบันของ JRC ในการสนับสนุนข้อมูลทางเทคนิคให้แก่อียูและประเทศสมาชิก โดยจะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต อาทิ การตรวจและทดสอบรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานของประเทศสมาชิก และการกำกับดูแลศูนย์ทดสอบรถยนต์และหน่วยงานกำกับดูแลและนาย Krasenbrink ได้ให้ข้อมูลความคืบหน้าของกระบวนการนำการทดสอบการใช้งานจริงมาเป็นหลัก เกณฑ์เพื่อรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของอียู โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนาและทดสอบขั้นตอนในระยะที่ 3 และจะดำเนินการในระยะที่ 4 เพื่อสรุปกำหนดมาตรฐานและข้อบังคับสำหรับขั้นตอนและศูนย์ทดสอบที่ให้การ รับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมรถยนต์ด้วยการทดสอบการใช้งานจริงให้เสร็จสิ้นภายใน ปีนี้ โดยจะทบทวนและอาจปรับเปลี่ยนขั้นตอนและข้อบังคับภายในปี 2560 

ในขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2559 สำนักข่าว Politico.eu รายงานความล่าช้าของการจัดตั้ง คกก. ด้านการวัดระดับการปล่อยก๊าซ (Emission Measurements in the Automotive Sector: EMIS) ของรัฐสภายุโรป เพื่อสอบสวนบทบาทของ คณะกรรมาธิการยุโรปในกรณีของ VW เนื่องจากกลุ่มพรรคการเมือง European People’s Party (EPP) และ Socialists & Democrats (S&D) ไม่สามารถตกลงการจัดสรรตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการและผู้รายงานได้ ซึ่งการเจรจาระหว่าง 2 กลุ่มการเมืองเพื่อจัดสรรตำแหน่งดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้น และความล่าช้าในการจัดสรรตำแหน่งเหล่านี้ทำให้การประชุม EMIS ครั้งแรก ซึ่งเดิมกำหนดไว้ที่ช่วงต้นเดือน ก.พ. 2559 ต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 2 มี.ค. 2559

ที่มา : http://www2.thaieurope.net

 1,207 ผู้เข้าชมทั้งหมด


แชร์