รังสรรค์ภาพสวยด้วย ISO 12232:2019

แชร์

คนรุ่นใหม่นั้นเติบโตขึ้นมาพร้อมในยุคของโลกแห่งดิจิตอลและเทคโนโลยี ผลจากการสำรวจของ PEW Research Center เมื่อปีที่ผ่านมา พบว่ากว่า 92% ของคนในยุคสหัสวรรษนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนกันทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งคน Gen-B (Baby Boomer) เองก็พยายามปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ไปตามเทคโนโลยีและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป คุณจะพบว่าสามาร์ทโฟนทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะถูกหรือแพงนั้น มักจะมีฟังก์ชั่นการถ่ายภาพรวมเข้ามาจนกลายเป็นความคุ้นชิน และกลายเป็นฟังก์ชั่นหลักที่คนมักให้ความสำคัญมากกว่าหน้าที่หลักของความเป็นโทรศัพท์ซะอีก ด้วยการแข่งขันและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีของกล้อง ทำให้เกิดความคาดหวังของผู้บริโภคต่อความสามารถและสมรรถนะของกล้องถ่ายภาพที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ภาพถ่ายในโทนสีขาว-ดำ หรือสีสันอันสดใสกว่าที่ตาเห็น ช่างภาพส่วนมากก็คาดหวังให้อุปกรณ์คู่ใจนั้นพัฒนาขึ้นโดยการผนวกฟังก์ชั่นต่างๆ เหล่านี้ลงไป เพื่อให้ได้ภาพที่คุณภาพดีที่สุดและตรงตามความต้องการที่สุด โดยใช้อุปกรณ์เพียงแค่ชิ้นเดียว แต่สำเร็จรูปทุกอย่าง เพราะฉะนั้นการสร้างมาตรฐานเพื่อทำการยกระดับคุณภาพของอุปกรณ์ถ่ายภาพหรือกล้องถ่ายรูปจึงกลายเป็นประเด็นที่คณะกรรมการ ISO และผู้ประกอบการต่างจับตามอง เพราะในรอบหลายปีที่ผ่านมา ในตลาดกล้องทั้งกล้องจากสมาร์ทโฟนและกล้องดิจิตอลนั้นฟาดฟันกันอย่างดุเดือด

ISO 12232: 2019, Photography — Digital still cameras — Determination of exposure index, ISO speed ratings, standard output sensitivity, and recommended exposure index เป็นมาตรฐานที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยกลุ่มอุตสาหกรรมและเป็นผู้ผลิตที่ชำนาญการเกี่ยวกับการถ่ายภาพและภาพถ่าย เช่น Canon, Nikon, Apple, Sony, Olympus และ Google โดย ISO 12232 ฉบับแรก ถูกประกาศใช้เมื่อปี ค.ศ. 1998 โดยมาตรฐานสากลฉบับนี้ใช้เพื่อเป็นการกำหนดความถูกต้องแม่นยำของภาพถ่ายและการถ่ายภาพทั้งในระบบ Manual และ Automatic และกำหนดคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ นั้น ให้เทียบเท่ากับภาพถ่ายที่ได้จากกล้องฟิล์ม โดย ISO 12232 เคยถูกใช้ในการเก็บข้อมูลทางด้านคุณภาพของภาพถ่ายและการบันทึกภาพ สำหรับภาพถ่ายที่ได้จากกล้องจากสมาร์ทโฟนและกล้องดิจิตอล ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการสร้างมาตรฐาน โดยการเปรียบเทียบค่าความอ่อนไหวต่างๆ เช่น ค่าความไวแสง (ISO) ค่ารูรับแสง (F stop number หรือ Aperture) หรือความเร็วของชัตเตอร์ (Shutter Speed) เป็นต้น เพื่อหาข้อแตกต่างและข้อบกพร่องของคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้จากกล้องสมาร์ทโฟนและกล้องดิจิตอลเพื่อแก้ปัญหาและปรับปรุง พัฒนาเพื่อเพิ่มคุณสมบัติและปรุบปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น

ISO 12232 ฉบับปี 2019 นี้ ได้เพิ่มเติมเนื้อหาในเรื่องของคุณภาพของภาพถ่าย และขยายขอบข่ายให้ครอบคลุมกล้องถ่ายภาพแต่ละประเภทที่แตกต่างกันทั้งในแง่ของฟังก์ชั่นและการใช้งาน โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่ของกล้องหรืออุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานหรือคุณสมบัติเหมือนกล้องถ่ายภาพ ทั้งราคาถูกและแพง ไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSLR กล้อง Mirrorless กล้องจากสมาร์ทโฟน หรือกล้องดิจิตอล โดยมีข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับผู้ผลิตในประเด็นการรายงานผลของกระบวนการผลิตและทดสอบและความแม่นยำของฟังก์ชั่นการใช้งาน มาตรฐานและข้อกำหนดฉบับปรุงปรุงนั้นได้ปรับปรุงและพัฒนาให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและการนำไปปฏิบัติแก่ผู้ผลิต ส่วนในมุมของผู้บริโภคนั้น ย่อมส่งผลดีต่อการเลือกซื้อสินค้าและการตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และสร้างให้เกิดการยอมรับในระดับสากล

ท้ายที่สุดการพัฒนามาตรฐานในผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ในวงกว้าง โดยขยายขอบข่ายที่ไม่ได้จำกัดเพียงแค่วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยต่อชีวิตของผู้บริโภค เช่น วัสดุก่อสร้าง หรือรถยนต์ แต่ยังรวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างกล้องถ่ายรูป ซึ่งในอดีตอาจจะกล่าวได้ว่า กล้องถ่ายรูปไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แต่ในปัจจุบันที่ฟังก์ชั่นหรือหน้าที่การใช้งานต่างๆ ถูกยัดเข้ามาให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนในยุคมิลเลนเนียมไปแล้ว การกำหนดมาตรฐานต่างๆ ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางตรงกับผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลในแง่ของการตลาดและการทำธุรกิจของผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มนี้ด้วยอย่างแน่นนอน

ที่มา :
 ISO News, www.iso.org 

 1,908 ผู้เข้าชมทั้งหมด


แชร์