แก้วิกฤติดินเสื่อมโทรมด้วยมาตรฐานสากล ISO 14055-1: 2017

แชร์

ทรัพยากรดินที่ได้รับผลกระทบและมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานคุณภาพดินสำหรับการใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยและเพื่อเกษตรกรรม หรือการใช้ประโยชน์นอกเหนือจากนี้ จัดเป็นคุณภาพดินเสื่อมโทรม” (Land Degradation) ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 20% ของพื้นดินทั้งหมด และ 25 % ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดในโลก สาเหตุหลักของดินเสื่อมโทรมมาจากอิทธิพลของภัยธรรมชาติ ได้แก่ ความแห้งแล้ง และน้ำท่วมจากการเปลี่ยนแปลงทิศทางการไหลของน้ำป่ามีผลต่อการพังทะลายของดินและการกัดเซาะดินรอบชายฝั่งแม่น้ำ ทำให้สูญเสียผืนดินและแร่ธาตุในดินไปตามกระแสน้ำ สาเหตุหลักอีกประการนึงมาจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่ การใช้ประโยชน์จากที่ดิน (Land use) ผิดประเภท เช่น การเพาะปลูกพืชชนิดเดียวซ้ำๆในพื้นที่เพาะปลูกเดิม ทำให้แร่ธาตุในดินบางชนิดร่อยหรอ บางชนิดสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด การใช้ปุ๋ยเคมีทำให้เกิดปัญหาดินเปรี้ยว การแพร่กระจายของน้ำเค็มส่งผลให้ดินเค็ม ปริมาณแร่ธาตุสูงกว่าระดับที่พืชจะทนทานได้จึงไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ การปนเปื้อนจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชลงสู่ดิน การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมหรือของเสียอันตราย หรือเกิดอุบัติเหตุสารเคมีรั่วไหลลงสู่ดิน ล้วนก่อให้เกิดมลพิษทางดิน (Soil Pollution) สาเหตุเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ดินเสื่อมโทรม กลายเป็นพื้นที่รกร้างไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ หากไม่มีมาตรการจัดการที่มีทิศทางและมีประสิทธิภาพ ปัญหาดินเสื่อมโทรมจะแผ่ขยายตัวเป็นวงกว้าง และมีแนวโน้มเป็นพื้นที่ทะเลทรายในที่สุด

องค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน หรือไอเอสโอ ได้ประกาศมาตรฐานสากลใหม่ เมื่อเดือนตุลาคม 2560 คือ มาตรฐานสากล ISO 14055-1: 2017 เป็นมาตรฐานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ว่าด้วยคำแนะนำด้านแนวปฏิบัติที่ดีในการรับมือกับปัญหาดินเสื่อมโทรม และการแปรสภาพเป็นทะเลทราย – ส่วนที่ 1 แนวปฏิบัติที่ดีในการกำหนดกรอบการทำงาน การให้คำแนะนำในการพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีในการรับมือกับปัญหาดินเสื่อมโทรมในภูมิภาคแห้งแล้งและภูมิภาคชุ่มชื้น ( ISO 14055-1: 2017 Environmental management — Guidelines for establishing good practices for combatting land degradation and desertification — Part 1: Good practices framework , provides guidelines for developing good practices to combat land degradation and desertification in arid and non-arid regions.) รายละเอียดมาตรฐานสากล  ISO 14055-1: 201 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. Scope
  2. Normative Reference
  3. Terms and Definitions
  4. Principles
  5. Identification of factors contributing to land degradation and  desertification
  6. Guidelines for establishing good practices and monitoring their implement
  7. Annex A Natural factors contributing to land degradation
  8. Annex B Anthropogenic factors  contributing to land degradation
  9. Bibliography

สาระสำคัญของมาตรฐานนี้ ได้กำหนดแนวปฏิบัติเบื้องต้นในการป้องกัน ยับยั้ง หรือจำกัดการเสื่อมโทรมของดินในพื้นที่ รวมถึงฟื้นฟูคุณภาพดินและปรับสภาพดินที่เสื่อมโทรมแล้ว เพื่อเพิ่มผลผลิต และทำให้เกิดความสมดุลอย่างยั่งยืนของระบบนิเวศ อันเป็นการลดความเสี่ยงจากดินเสื่อมโทรม โดยให้ความสำคัญกับการเคารพในสิทธิของมนุษยชนในด้านการได้รับการปกป้อง คุ้มครอง และดูแลอย่างเท่าเทียมกัน  การจัดการพื้นป่าไม้ แนวปฏิบัติที่ดีด้านการเกษตรกรรม สภาพภูมิอากาศ และการดำเนินกิจการของโรงงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น มาตรฐานสากลนี้เหมาะสำหรับผู้จัดการที่ดิน ผู้ใช้ประโยชน์ที่ดิน ช่างสำรวจ (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง) องค์กรภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงผู้กำหนดนโยบาย /ผู้มีอำนาจตัดสินใจในการจัดการทรัพยากรดิน เพื่อประโยชน์ด้านระบบนิเวศ ด้านเพิ่มผลผลิต ด้านเศรษฐกิจ หรือด้านสังคม

นอกจากนี้ไอเอสโอ กำลังดำเนินการศึกษาและเตรียมประกาศใช้มาตรฐานสากล ISO/AWI TR 14055-2 ( ISO/AWI TR 14055-2 Environmental management – Guidelines for establishing good practices for combatting land degradation and desertification – Part 2: Regional case studies) ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ว่าด้วยคำแนะนำด้านแนวปฏิบัติที่ดีในการรับมือกับปัญหาดินเสื่อมโทรม และการแปรสภาพเป็นทะเลทราย- ส่วนที่ 2 กรณีศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำแนวปฏิบัติดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่างๆได้   โดยไอเอสโอมีกำหนดจะประกาศใช้ ISO/AWI TR 14055-2 ควบคู่กับมาตรฐานสากล ISO 14055-1: 2017 ข้างต้น รวมทั้งคาดการณ์ว่าก่อนปี ค.ศ 2030 (พ.ศ. 2573) จะประกาศใช้มาตรฐานสากลด้านการจัดการที่ดินเสื่อมโทรม เพื่อเป็นมาตรฐานกลางที่ใช้กันทั่วโลกได้สำเร็จ

ที่่มา :

 2,144 ผู้เข้าชมทั้งหมด


แชร์