ในอดีต การดำเนินการธุรกิจมักจะเป็นแบบ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” ซึ่งหมายถึงการแข่งขันกันด้วยทุนทรัพย์ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ที่เป็นเจ้าผู้ครองตลาด สามารถลดต้นทุนได้ด้วยการผลิตสินค้าในปริมาณมาก ทำให้ต้นทุนในการผลิตต่อหน่วย (Economic of scales) ต่ำลง และสร้างโอกาสในการทำกำไรได้มากกว่า
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เรามักได้ยินคำว่า “ปลาเร็วกินปลาช้า” ซึ่งหมายถึงธุรกิจขนาดเล็กที่สามารถเติบโตและแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ปลาเร็วจะกินปลาช้าเท่านั้น รูปแบบการดำเนินการธุรกิจต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป และเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น
ทั้งนี้ เนื่องจากโลกปัจจุบันเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้น แม้ว่าจะมีการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงมากขึ้นแต่ก็จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกัน การร่วมมือกับธุรกิจอื่นจะทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ธุรกิจขนาดเล็กๆ จึงมีโอกาสในการสร้างความร่วมมือให้ประสบความสำเร็จได้มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดย่อยอย่างไมโครเอสเอ็มอี (Micro, Small and Medium-sized Enterprises: MSMEs)
“การบริหารความร่วมมือทางธุรกิจ” จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพราะทำให้เกิดกำลังซื้อมากขึ้น มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และมีแนวคิดนวัตกรรมมากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของประโยชน์จากความร่วมมือกันระหว่างธุรกิจ
ไอเอสโอตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริหารความร่วมมือทางธุรกิจสำหรับ MSMEs จึงได้พัฒนามาตรฐานแนวทางใหม่เรื่องความร่วมมือสำหรับ MSMEs และเพิ่งประกาศใช้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564
มาตรฐานดังกล่าวมีชื่อว่า ISO 44003, Collaborative business relationship management – Guidelines for micro, small and medium-sized enterprises on the implementation of the fundamental principles ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยบริษัทขนาดเล็กในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากเครือข่ายใหม่และความร่วมมือที่มากขึ้น ซึ่งรวมถึงการแบ่งปันความเสี่ยงและทรัพยากร การลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย การใช้ความรู้และผู้เชี่ยวชาญร่วมกัน การเข้าถึงตลาดใหม่ และความสามารถในการเข้าถึงการวิจัยและพัฒนาได้
ทั้งนี้ มาตรฐาน ISO 44003 ได้ให้หลักการ 12 ประการของความร่วมมือทางธุรกิจตามที่ระบุไว้ในรายงานทางวิชาการISO/TR 44000, Principles for successful collaborative business relationship management
หลักการทั้ง 12 ประการครอบคลุมประเด็นหลัก 3 ข้อ ได้แก่ หลักการบริหารความสัมพันธ์ ความเกี่ยวข้องของ MSMEs กับการบริหารความสัมพันธ์ และแนวทางรวมทั้งประโยชน์ของการนำการบริหารความสัมพันธ์ไปใช้
มาตรฐาน ISO 44003 ครอบคลุมเรื่องของวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ความเป็นผู้นำ การกำกับดูแลและกระบวนการ การบริหารความเสี่ยง ตัวชี้วัดและกลยุทธ์ทางออก (Exit Strategies) ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้กับ MSMEs ทุกประเภท ทุกขนาด โดยไม่คำนึงถึงสาขาอุตสาหกรรม สภาพแวดล้อมในการดำเนินงาน วัตถุประสงค์หรือทุนทางสังคมแต่อย่างใด อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนให้ MSMEs สามารถสร้างความร่วมมือระหว่างไมโครเอสเอ็มอีด้วยกันเองหรือสร้างผ่านเครือข่ายความร่วมมือ หรือสร้างความร่วมมือกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ด้วยซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน
มาตรฐาน ISO 44003 เป็นมาตรฐานล่าสุดในชุดมาตรฐาน ISO/TR 44000 ซึ่งรวมถึงมาตรฐาน ISO 44001,
Collaborative business relationship management systems – Requirements and framework, และมาตรฐาน ISO 44002, Collaborative business relationship management systems – Guidelines on the implementation of ISO 44001
มาตรฐานและเอกสารข้างต้น ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 286, Collaborative business relationship management และมีเลขานุการคือ BSI ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสหรัฐราชอาณาจักร
ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2658.html
838 ผู้เข้าชมทั้งหมด





